ประเด็นร้อน

ปัญหาบ้านพักตุลาการ กับ ทางเลือกของสังคมไทย

โดย ACT โพสเมื่อ May 24,2018

- - ขอบคุณข้อมูลจาก มติชน - -

 

นายตะวัน

 

ท่านทั้งหลายได้ทราบปัญหาที่ตั้งบ้านพักตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ แล้วว่าก่อสร้างใกล้จะแล้วเสร็จ ใกล้กำหนดส่งมอบแก่ทางราชการแล้ว แต่เมื่อพิเคราะห์ดูภูมิทัศน์ที่ตั้งเห็นว่าตั้งอยู่ในแนวป่าเชิงดอยสุเทพ อันเป็นต้นน้ำสำคัญยิ่งทางภาคเหนือ จึงมีผู้คัดค้านและเรียกร้องให้รื้อถอนทั้งสิ้น

 

รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายได้รับฟังปัญหารอบด้านแล้วก็ปรากฏข่าวสาร ท่านนายกรัฐมนตรีตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า จะไม่ใช้มาตรา 44 ออก คำสั่งให้รื้อถอนบ้านพัก เพราะปลูกสร้างใช้ งบประมาณแผ่นดินนับเป็นพันล้านบาท ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ถูกใจ ไม่มีธรรมาภิบาลทำนองนั้น

 

ปัญหาจึงมีแนวโน้มจะคาราคาซัง"สังคมไทยควรจะแก้ปัญหาและจัดการเรื่องนี้อย่างไรจึงเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม คือ ประเทศชาติ..."

 

ท่านทั้งหลายไม่จำต้องไปสืบค้นว่า โครงการ บ้านพักตุลาการ ใครอนุมัติให้สร้าง รัฐบาลใครอนุมัติงบประมาณ บริษัทของใครเป็นรับเหมา ใครคือผู้ได้ประโยชน์ หรือการจัดหาที่ดินรวมทั้งการออกแบบ การควบคุมการก่อสร้างจะดำเนินการโดยกองออกแบบหน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรม ไม่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษาทั้งหลายหรือไม่ ทั้งหน่วยงานราชการอื่นๆ ไม่ว่าไนท์ซาฟารี หรือแม้ที่ตั้งมหาวิทยาลัยบางแห่งเดิมเป็นพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพเช่นเดียวกันหรือไม่

 

ท่านทั้งหลายไม่ต้องไปสืบค้น เพราะไม่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

 

ส่วนที่ท่านทั้งหลายมักได้ยินคำกล่าวว่า ผู้พิพากษาเป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ชน มีสิทธิต่างๆ มากกว่าบรรดาข้าราชการอื่นๆ ทั้งหลายนั้น คำพูดนี้อาจจะก่อความเสียหายแก่สังคมไทยต่อไปได้ หากไม่ให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ความจริงข้อนี้ขอท่านทั้งหลายได้เปรียบเทียบกับวิถีชีวิตหรือมาตรฐานกลางของผู้มีวิชาชีพเดียวกัน ไม่ต้องเทียบเท่ากับผู้พิพากษาในประเทศทางยุโรปหรืออังกฤษ เพียงเทียบเคียงกับของประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ก็ได้ ท่านจะทราบความจริงและเข้าใจมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญยิ่งคือ หากท่านทั้งหลายมีบุตร หลาน หรือวงศาคณาญาติก็ให้เขาเรียนนิติศาสตร์ เนติบัณฑิต แล้วมาสอบรับราชการเป็นผู้พิพากษาก็ได้ สถาบันแห่งนี้เปิดกว้างไม่มีชนชั้น ท่านแม้ว ท่านม้ง บนภูเขาแล้วมีสัญชาติไทย ท่านก็มาสอบแข่งขันได้ ท่านไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะมีเส้นสายโยงใยให้ท่านต้องเจ็บปวดหัวใจ ขอเพียงบุตรหลานของท่านเป็นผู้มีความรู้ มีความดี มีคุณธรรม ท่านก็จะเข้าใจต่อคำพูดกล่าวอ้างดังกล่าวมากยิ่งขึ้น

 

เมื่อท่านทั้งหลายรู้ปัญหารอบด้านแล้ว ขอท่านทั้งหลายช่วยกันตรองดูว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?

 

มีข้อความจริงเรื่องหนึ่งที่สื่อข่าวสารยังไม่ได้พูดถึง คือศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีที่ทำการที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดทำการมานานแล้ว มีข้าราชการตุลาการและเจ้าหน้าที่ธุรการประมาณ 150 ท่าน เดินทางมาปฏิบัติราชการต้องเช่าที่พักอาศัยเพราะยังไม่มีบ้านพัก ค่าเช่าเดือนละ 4,000 บาทต่อท่าน รวมเงินค่าเช่าต่อเดือนต่อปีเป็นงบประมาณจำนวนมาก หากยังไม่มีที่พักต่อไปต้องเช่าอีก 5 ปี 10 ปี เป็นเงินงบประมาณมากพอที่จะทำถนนดีๆ สักสายหนึ่ง หรือก่อสร้างอาคารให้โรงพยาบาลหลังใหญ่สวยๆ หลังหนึ่ง หรือหลายหลังก็ได้ เหล่านี้เป็นความจริงที่ท่านพอทราบและเข้าใจได้

 

ถ้าเป็นเช่นนั้น งบประมาณแผ่นดินต้องเปลืองเปล่าทั้งค่าก่อสร้าง 1,000 ล้านบาท ค่ารื้อถอนขนย้ายอีก 10 ล้านบาท ค่าจัดซื้อต้นไม้ฟื้นฟูสภาพป่า ค่าเช่าที่พักอาศัยต่อไปอีก 5-10 ปี ค่าสูญเสียโอกาสต่างๆ ล้วนเป็นงบประมาณเปลืองเปล่าทั้งสิ้น

 

แล้วสังคมไทยจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นส่วนรวม

 

ถ้าสังคมไทยคิดตรึกตรองถึงผลดีผลเสียโดยรอบด้านแล้วตกลงยินยอมให้ส่งมอบบ้านพักให้ศาลยุติธรรม ให้ข้าราชการเข้าพักอาศัยก่อนเพียง 3 ปีเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า ให้คืนสภาพเดิมให้มากที่สุด พร้อมๆ กับประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงสิ่ง ปนเปื้อนในแหล่งน้ำใกล้เคียงทั้งหมดแล้ว สังคมมาตัดสินใจร่วมกันว่า "ควรรื้อถอนหรือไม่" น่าจะดีกว่า และเป็นประโยชน์กว่าหรือไม่ และถ้าเห็นว่าสมควรรื้อถอนก็จะได้รีบเร่งหาที่ดินปลูกสร้างบ้านพักแห่งใหม่ ให้เหมาะสมและถูกใจทุกฝ่าย ก็จะไม่สิ้นเปลืองงบประมาณซับซ้อนมากมาย มีเงินงบประมาณไปทำถนนหรือโรงพยาบาลต่อไปได้ ขอท่านทั้งหลายโปรดมาช่วยกันคิดคำนึงดูเถิด

 

อนึ่ง ทรัพย์สินของทางราชการเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ หากไม่มีกฎหมายให้รื้อทุบทำลาย ผู้ใดฝ่าฝืนก็มีโทษทางอาญา ทั้งต้องรับผิดทางแพ่งเท่ากับราคาค่าก่อสร้าง จึงไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น หากเมื่อครบ 3 ปี เห็นว่าควรรื้อถอน รัฐบาลขณะนั้นก็ชอบ เสนอรัฐสภาออกกฎหมายเฉพาะ เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินที่ใดที่หนึ่ง อันเป็นกฎหมายเฉพาะเรื่องก็ย่อมทำได้ ก็ไม่มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา และเป็นหนทางแก้ปัญหาที่ดีกว่าหรือไม่ขอท่านทั้งหลายมาช่วยกันคิดดูเถิดครับ

 

"ตกลงยินยอมให้ส่งมอบบ้านพักให้ศาลยุติธรรม ให้ข้าราชการเข้าพักอาศัยก่อนเพียง 3 ปีเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า ให้คืนสภาพเดิมให้มากที่สุด พร้อมๆ กับประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงสิ่ง ปนเปื้อนในแหล่งน้ำใกล้เคียงทั้งหมดแล้ว สังคมมาตัดสินใจร่วมกันว่า 'ควรรื้อถอนหรือไม่' น่าจะดีกว่า" ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ร่วมเป็นพลเมืองตื่นรู้สู้โกง

#ACTองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน

 

Follow LINE: http://bit.ly/2luX9Dt
Follow Facebook: http://bit.ly/2z1Dxvw